ในวันนี้พวกเราตื่นกันแต่เช้ามืดเพื่อเตรียมตัวไป St. Louis กันค่ะ หลังจากแต่งตัวเสร็จก็เดินมาขึ้นรถไฟจากสถานี Damen แถวบ้านค่ะ แม้จะอุ่นขึ้นกว่าวันแรก ๆ ที่มาถึง Chicago แล้วก็ยังคงรู้สึกหนาวมากอยู่ดี อ้อ! ก่อนจะถึงสนามบิน พวกเราแวะร้านโดนัท Stand's donut แสนน่ารักกันก่อนค่ะ ราคาก็แพงกว่าบ้านเราอยู่ ฝนไม่ได้ซื้อแบบ original ไม่ทราบราคาค่ะ แต่ก็ถูกกว่าแบบพิเศษที่เคลือบน้ำตาลรสต่าง ๆ ที่ราคาประมาณ 2 บาท (เหรียญ) กว่า ๆ
แต่ถึงเวลาจริง ๆ แล้วกินไม่หมดเพราะว่าหวานเกินไป 😂 แต่บางคนกินแบบธรรมดาบอกว่าอร่อยดีค่ะ ถ้าใครมีโอกาสก็ลองชิมดูนะคะ
เห็นแดดอย่างนี้ เตาปิ้งขนมปังก็ไม่ช่วยให้อุ่นเลยค่ะ
พอแบกกระเป๋าขึ้นบันไดมายังสถานีอย่างเหน็ดเหนื่อย ยังไม่ทันหายเหนื่อยรถไฟก็ปู๊น ๆ เข้ามาเลยค่ะ แต่!!! เข้าไม่ได้ คนเต็มรถเลย จากนั้นพวกเราก็เลยเขยิบแยกย้ายกันไปประตูละสองสามคน พอรถไฟขบวนถัดไปมา พวกเราก็รีบเดินเข้าไปกันครบทุกคนค่า เย้!
ระหว่างอยู่ในรถไฟ ชาวบ้านชาวอเมริกันก็เงียบ นิ่ง เรียบร้อยกันมาก ๆ ไม่มีใครพูดหรือคุยโทรศัพท์เลย มีแต่พวกเราที่คิกคักนิดหน่อย (แอบเห็นหนุ่มหล่อ 5555) จากนั้นพอถึงสถานี Clinton พวกเราก็เดินออกมาจากสถานีเพื่อเดินไปยังสถานีรถไฟฟ้า Amtrak ค่ะ ระหว่างทางก็แอบเปลี่ยวเล็กน้อยแม้จะเป็นระยะทางสั้น ๆ อาจเป็นเพราะมีส่วนหนึ่งที่ต้องเดินผ่านใต้สะพานหรืออะไรซักอย่างทำให้ดูมืด ๆ นิดนึงและสกปรกค่ะ ถ้ามากลางคืนก็แอบน่ากลัวงิ
โฉมหน้าสมาชิกบ้านกล้ามโต๊โตค่ะ
Union Station ที่เราไปขึ้นรถไฟ Amtrak ไป St.Louis กันค่ะ
ภายในสถานี น่ารักมากมาย
ตกแต่งต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส
มีจอให้ดูตารางเที่ยวรถไฟค่ะ
ตอนแรกนั่งกันกระจัดกระจาย
รออจมดค่า
ข้อมูลกระเป๋าที่นำขึ้นรถไฟได้ค่ะ
นี่ไง!!! เอากระเป๋ามาจองที่ 5555 ไทยแลนด์โอนลี่
ถ่ายได้ชัดสุดแค่นี้หล่ะค่ะ
เจ้าหน้าที่คอยดูแล เกือบนึกว่าเป็นผู้พันแซนเดอร์ เคเอฟซี
ตอนนี้หนักมากกว่าหนาว
รถไฟกว้างขวาง นั่งสบายดีค่ะ
พอถึงที่ St. Louis พวกเราก็ลงจากรถไฟและสัมผัสถึงความหนาวเย็นนนนนน ไม่หนาวเท่าชิคาโก้แต่ก็หนาวมากกกกกก ฮ่า ๆ อาจเพราะรถไฟอุ่นมากก็ได้มั๊งเนอะ
พอออกมาจากสถานี อจมดก็พาเดินไปยังที่พักค่ะ ระหว่างทาง มีชายมีอายุคนนึงก็ทักทายและบอกยินดีต้อนรับอย่างนุ่มนวล น่ารักมาก ^_^ แต่ระหว่างทางก็เห็นคนไร้บ้านอยู่จำนวนไม่น้อย เพิ่งมาถึงเราก็ไม่รู้ว่าจะปลอดภัยแค่ไหน เกาะกลุ่มกันไว้ดีกว่านะคะ
ภาพเกือบชัดละ 5555 บ้านเมืองสวย เงียบสงบดีค่า
สวนสาธารณะ ห้ามเข้าหลังสี่ทุ่มค่ะ ทุกคนน่าจะรู้ดีว่าทำไมไม่ควรเข้า
รูปนี้สว่างหน่อย เย้!

ที่พักที่นี่โอเชมากเรยนะคะ ยกเว้นเรื่องความสะอาด 555 เท้านี่ดำปึ๊ด ฝุ่นมากมาย พื้นเหนียว และห้องน้ำไม่ค่อยโอเชเท่าไหร่ ต้องขอบคุณสาว ๆ บางคนที่ช่วยกวาดพื้น (ขอโทษจริง ๆ ค่ะ จำไม่ได้ว่ามีสายไหนบ้างงง) ทำให้พื้นสะอาดและเดินสบายเท้ามากขึ้นค่ะ

เตียงนอนที่นี่เป็นเตียงสองชั้น มีทั้งหมด 8 เตียง ซึ่งเตียงบนนั้นมีความท้าทายและระทึกมาก ทำให้ต้องลากที่นอนลงมา 2 เตียงด้วยกัน ฝนและเนมเป็นผู้กล้าปีนขึ้นไปนอนค่ะ (ไม่หรอก 2 เตียงนี้แข็งแรงและนอนคนเดียว ไม่เบียดกันค่ะ ฮ่าๆๆ)
โต๊ะสนุ๊กที่เอียง ๆ 555
ห้องครัวค่า
บาร์ที่ไม่มีใครนั่ง
พอมาถึง ท้องก็ร้อง บางคนอยากซื้ออาหารมาทำกินเอง บางคนก็อยากลองชิมอาหารญี่ปุ่นข้าง ๆ บ้าน ก็แยกย้ายกันไปค่ะ ฝนไปทานอาหารญี่ปุ่นกับสาว ๆ ราคาก็ไม่ต่างกับบ้านเราเท่าไหร่ ที่แปลกใจก็คือ เค้าขายซาชิมิเป็นชิ้น ๆ เมดีสั่งมาสองชิ้นค่ะ ชิ้นใหญ่ใช้ได้ เมนูอื่น ๆ ก็น่าทาน ฝนทานพวกมากิ รสชาดอร่อยใช้ได้เรย ชอบกว่าเมืองไทย หรือเพราะว่าหิวรึเปล่าไม่แน่ใจจจ แอบขำตรงที่เค้าถามว่าจะเอาน้ำอะไร ฝนก็บอกไม่เอาน้ำ ปกติไปกินร้านไหนก็ไม่ค่อยเอาน้ำอยู่แล้ว เค้าก็ทำหน้างง อจมดก็บอกว่าเอาไปเถอะ คนที่นี่ไม่สั่งน้ำแล้วจะแปลก ๆ เค้าไม่คุ้น ก็เลยเอาน้ำเปล่ามาแก้วนึง (จริง ๆ ไปที่ไหนบอกไม่เอาน้ำก็โดนมองว่าแปลกทุกครั้งแหล่ะ)
แกงค์แม่บ้านทำอาหารกินเองค่า
แกงค์อาหารญี่ปุ่นข้างบ้านค่ะ
แซลม่อนซาชิมิ ของจริงดูใหญ่กว่านี้น้า
จำชื่อไม่ได้ แต่เป็นโรลที่อร่อยมากค่า แต่วาซาบิไม่มีความเผ็ดใด ๆ
พอรับประทานอาหารกันอิ่มก็พักผ่อนตามอัธยาศัย เตรียมตัวสำหรับการเข้า Conference พรุ่งนี้กันค่ะ!


































No comments:
Post a Comment