Pages

Saturday, November 21, 2015

Conference Day 1



พบกับผมอีกแล้วนะคร้าบบบบ โยชิคนดีคนเดิมนั่นเอง วันนี้ผมอยากจะเกรียนเหมือนเดิม แต่!! ไม่สามารถทำได้เพราะวันนี้นั้น (13/11/58) เป็นวันที่ต้องเข้า AMTA’s Annual Conference ครบรอบ 65 ปี ของดนตรีบำบัดที่นี่ ใน concept ที่ว่า Music Therapy: A Continuum of Growth ณ โรงแรม Sheraton, Kansas City ในงานนี้จะมีการอบรมเกี่ยวกับดนตรีบำบัดและมีการนำเสนองานวิจัยหรือผลงานต่าง ๆ ของนักดนตรีบำบัด เราสามารถเลือกเข้าฟังได้ทุกคาบ (ฟรีด้วย) แต่อย่าเพิ่งดีใจไปครับ เพราะว่าในแต่ละช่วงเวลานั้นจะมีคาบอื่น ๆ ที่เริ่มพร้อมกันเป็นสิบ ๆ คาบ ดังนั้นเราจึงจะต้องเลือกเฉพาะคาบที่เราสนใจจริง ๆ เท่านั้น ในแต่ละคาบที่ผมจะเลือกเข้า ผมอยากให้เป็นคาบที่แสดงผลงานและกิจกรรมดนตรีบำบัดเพื่อที่จะได้นำไปใช้ต่อหรือเป็นต้นแบบความความคิดใหม่ ๆ


 

ทานอาหารเช้ากันครับ


ต้องรีบแล้วครับ ผมตื่น 6 โมงเช้า แต่คาบแรกเริ่ม 7:30 กรี๊ด ต้องรีบทำอาหารเช้า และเตรียมมื้อเที่ยงไปด้วย เมื่อผมและเพื่อน ๆ จัดการตัวเองเรียบร้อยเราก็รีบออกจากบ้านและมาถึงสถามที่จัดงาน 7:30 พอดีเป๊ะ เราต่างแยกย้ายไปเข้าห้องที่สนใจกันอย่างรวดเร็ว ต้องขอบคุณพนักงานโรงแรมที่นี่นะครับที่เขาช่วยบอกทางให้ผมมาเจอห้องจนได้เพราะห้องที่ผมจะเข้านั้น ไม่มีในแผนที่!!!


เริ่มคาบแรกผมเข้า The Same Sky Project - Music Theater/Music Therapy ผู้บรรยายคือ Tom Sweitzer, MT-BC




เขาได้บรรยายถึงการก่อตั้งกลุ่ม A Place To Be และการตั้ง The Same Sky Project ขึ้นมาโดยให้ผู้เข้ารับการบำบัดได้แสดงออกถึงตัวตนผ่านการร้องเพลงแบบละครเวทีที่เล่าเรื่องราวของตน นักดนตรีบำบัดจะทำงานร่วมกับ Dance and movement Therapist โดยผู้เข้ารับการบำบัดจะเล่าเรื่องราวของตน จากนั้นนักดนตรีบำบัดจะร่วมกับผู้เข้ารับการบำบัดแต่งเพลงเป็นแนว Musical เพื่อให้ผู้เข้ารับการบำบัดร้องและ Dance and movement Therapist จะช่วยในเรื่องท่าทางหรือการเต้นต่าง ๆ จนออกมาเป็นโชว์


การบรรยายครั้งนี้ คุณ Sweitzer ได้เชิญผู้เข้ารับการบำบัดออกมาพูดถึงสิ่งที่เขารู้สึกต่อตนเอง สิ่งที่รู้สึกต่อการแสดง และความรู้สึกหลังการแสดง ผู้เข้ารับการบำบัดทุกคนต่างก็พูดทำนองเดียวกันว่า สิ่งเหล่านี้ทำให้พวกเขาเติบโตขึ้น พวกเขากล้ามากขึ้นที่จะยอมรับในสิ่งที่ตนเองเป็น และมีความสุขกับสิ่งเหล่านี้ กำลังใจสำคัญนั้นไม่ได้แค่มาจากผู้ชมเท่านั้น แต่มาจากเพื่อนร่วมการแสดงเป็นส่วนใหญ่ คำทิ้งท้ายของคุณ Sweitzer ที่ผมประทับใจมากคือประโยคที่ว่า “Everybody deserve something big” หากผู้อ่านสนใจจะติดตามผลงานของนักดนตรีบำบัดกลุ่มนี้สามารถติดตามได้ที่ http://www.aplacetobeva.org/same-sky-project/ ครับ


เมื่อคาบแรกจบลงแล้วผมก็ได้พักประมาณ 10 นาที จากนั้นก็ต้องรีบไปหาห้อง และจับจองที่นั่งสำหรับคาบถัดไป ซึ่งคาบนี้ผมเลือกเข้า Rock Your Speech - Rock and Roll Music as a Tool for Speech Development บรรยายโดย Tom Petersson, Alison Petersson และ Maegan Morrow, MT-BC




คาบนี้เริ่มด้วยการบรรเลงเพลงของวงร็อก แบบอคูสติก มีมือกีตาร์ 2 คน กีตาร์โซโลอีก 1 คน นักดนตรีบำบัดเล่นกลองขนาดกลาง และลูกสาวของมือกีตาร์โซโลเป็นผู้ร้อง เพลงนี้เป็นเพลงที่ใช้บำบัดจริง แนวร็อกซะด้วย


Tom Petersson มือเบสวง Cheap Trick และ Alison Petersson ผู้เป็นภรรยา ทั้งคู่เป็นพ่อและแม่ของผู้เข้ารับการบำบัด เขาเล่าว่าลูกชายคนเล็กของเขาเป็น Autism Spectrum Disorder ร่วมกับ Speech Disorder เมื่อเขาได้พบกับนักดนตรีบำบัดคือคุณ Maegan Morrow ก็ได้ร่วมกันคิดวางแผนการบำบัดและใช้เพลงร็อกซึ่งเป็นเพลงที่คุณพ่อถนัดและลูกชายชื่นชอบมาใช้ในการบำบัด ซึ่งผลก็คือลูกชายพูดประโยคง่าย ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยตลอดคาบนี้มีการนำเสนอเพลงมากมาย และในท้ายคาบลูกชายเขาก็ลุกขึ้นมาจากที่นั่งฝั่งผู้ชม มาร่วมร้องเพลงกับวงโดยมิได้คาดคิด ทำให้คาบนี้ทุกคนอิ่มเอมใจและ ร็อก!!” มาก หากท่านผู้อ่านสนใจในกิจกรรมนี้ก็สามารถติดตามได้ที่ http://www.rockyourspeech.com/ ครับ


จบสองคาบแรกเขาก็มีเวลาให้ผู้ร่วมงานพักและเข้าชมนิทรรศการและร้านที่เกี่ยวกับดนตรีบำบัด ผมและเพื่อน ๆ ก็ไปเดินดูกันได้เห็นเครื่องดนตรีประยุกต์มากมาย และได้เห็นมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ใน US มาตั้งร้านแจกของและแนะนำมหาวิทาลัยของตนไปในตัว ผมได้แผ่นพับ ใบปลิว และของแจกฟรีของแต่ละมหาวิทยาลัยมาหลายอย่าง ที่ประทับใจคือของ Oxford University แจก Journal of Music Therapy ฟรีครับ โอ้ว ตะลึงสิครับ ปกติต้องซื้อนะครับเนี่ย ผมกับเพื่อน ๆ เมื่อเดินดูกันเต็มอิ่มแล้ว เราก็ถ่ายรูปนิดหน่อย ภาพนี้รวมนักศึกษาดนตรีบำบัดรุ่นสองครับ




 อ้า ถึงเวลาพักเที่ยงสักที เราเดินมาเจอกันที่ห้องโถงใหญ่ของโรงแรม Sheraton และรับประทานอาหารที่เตรียมกันมาจากบ้าน


ภาพบรรยากาศห้องโถงใหญ่ของโรงแรม


ทุกคนกำลังเตรียมพร้อมสำหรับคาบบ่ายนี้


จนถึงเวลาบ่ายสองโมง เราก็ได้แยกย้ายกันเข้าคาบต่อไป ผมเลือกเข้า Involving Senior Citizens in Group Music Therapy บรรยายโดย คุณ Joseph Pinson, MA, MT-BC


คาบนี้บรรยายเกี่ยวกับกิจกรรมดนตรีบำบัดสำหรับกลุ่มของผู้สูงอายุ ที่เป็นกลุ่มเล็ก ๆ โดยคุณ Pinson (ซึ่งมีอายุกว่า 70 ปีแล้ว แต่ยังคงแข็งแรงดี) ได้จำลองสถานการณ์กลุ่มของผู้สูงอายุโดยให้ผู้เข้าฟังบรรยายอาสาสมัครแสดงเป็นผู้สูงอายุ คุณ Pinson ได้แสดงให้เห็นถึงกิจกรรมที่เหมาะสม และกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม รวมถึงสิ่งที่ไม่ควรทำในกลุ่มนี้ให้ผู้เข้าฟังบรรยายได้รู้ว่า หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจะแก้ไขปัญหาอย่างไร หรือหากมีอะไรผิดไปจากแผนควรแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างไร คาบนี้ผมได้ความคิดกิจกรรมใหม่ ๆ สำหรับผู้เข้ารับการบำบัดของผมเองเยอะมาก


และคาบสุดท้ายที่ผมเข้าไปนั่นคือ Clinical Benefits of Singing for Older Adults and Caregivers บรรยายโดย คุณ Amy Clements-Cortes, PhD, MTA, MT-BC เป็นการบรรยายงานวิจัยของนักดนตรีบำบัดที่ทำเกี่ยวกับการร้องเพลงในผู้ป่วยสูงอายุและผู้ดูแลผู้ป่วย โดยจัดตั้งเป็นคลับ ชื่อว่า Buddy’s Glee Club มีทั้งหมด 3 คลับ ผู้เข้าร่วมวิจัยคือผู้ป่วยโรค Dementia และผู้ดูแลผู้ป่วย พบว่าการร้องเพลงช่วยใน 3 ด้านคือ ด้านร่างกาย โดยเพิ่มอัตราการหายใจ เพิ่มพลังงานและการกระตุ้น ลดความเจ็บปวด เป็นต้น ต่อมาคือด้านสังคม ผู้เข้าร่วมวิจัยมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมดีขึ้น และมีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มมากขึ้น และสุดท้ายคือด้านอารมณ์ ผู้เข้าร่วมวิจัยมีอารมณ์ปกติมากขึ้น มีความสุขมากขึ้น และอาการซึมเศร้าลดลง


เป็นอย่างไรบ้างครับท่านผู้อ่าน สำหรับผมแล้ววันนี้เต็มไปด้วยสาระความรู้มากมาย มีทั้งความรู้ที่จะนำไปใช้ได้ทันทีและความรู้ที่นำไปต่อยอดได้ ผมได้เห็นถึงความสุขของผู้เข้ารับการบำบัดและความสุขของครอบครัวที่ได้เห็นคนที่รักมีอาการดีขึ้น หลายสิ่งหลายอย่างร่วมกันนี้ทำให้ผมมีไฟและพร้อมที่จะกลับไปทำดนตรีบำบัดต่อที่เมืองไทยครับ