Pages

Tuesday, November 28, 2017

ย้ายบ้านกล้ามโต๊โต

สวัสดีค่ะสมาชิกบ้านกล้ามโตทุกท่าน ที่ชื่อกลุ่มเราเป็นอย่างนี้ก็เพราะพวกเราต้องขนย้ายกระเป๋าไปมาจนกล้ามโตร่างกายแข็งแรงเหมาะที่จะเป็น นดตบบ ที่แท้จริงค่ะ

ในวันนี้พวกเราตื่นกันแต่เช้ามืดเพื่อเตรียมตัวไป St. Louis กันค่ะ หลังจากแต่งตัวเสร็จก็เดินมาขึ้นรถไฟจากสถานี Damen แถวบ้านค่ะ แม้จะอุ่นขึ้นกว่าวันแรก ๆ ที่มาถึง Chicago แล้วก็ยังคงรู้สึกหนาวมากอยู่ดี อ้อ! ก่อนจะถึงสนามบิน พวกเราแวะร้านโดนัท Stand's donut แสนน่ารักกันก่อนค่ะ ราคาก็แพงกว่าบ้านเราอยู่ ฝนไม่ได้ซื้อแบบ original ไม่ทราบราคาค่ะ แต่ก็ถูกกว่าแบบพิเศษที่เคลือบน้ำตาลรสต่าง ๆ ที่ราคาประมาณ 2 บาท (เหรียญ) กว่า ๆ




แต่ถึงเวลาจริง ๆ แล้วกินไม่หมดเพราะว่าหวานเกินไป 😂 แต่บางคนกินแบบธรรมดาบอกว่าอร่อยดีค่ะ ถ้าใครมีโอกาสก็ลองชิมดูนะคะ


พอซื้อโดนัทเรียบร้อย กลุ่มกล้ามโตก็ขนกระเป๋าใบใหญ่ ลากไปตามถนนและขั้นบันไดมายังสถานีรถไฟฟ้า (สถานี Damen) กันค่ะ


เห็นแดดอย่างนี้ เตาปิ้งขนมปังก็ไม่ช่วยให้อุ่นเลยค่ะ

พอแบกกระเป๋าขึ้นบันไดมายังสถานีอย่างเหน็ดเหนื่อย ยังไม่ทันหายเหนื่อยรถไฟก็ปู๊น ๆ เข้ามาเลยค่ะ แต่!!! เข้าไม่ได้ คนเต็มรถเลย จากนั้นพวกเราก็เลยเขยิบแยกย้ายกันไปประตูละสองสามคน พอรถไฟขบวนถัดไปมา พวกเราก็รีบเดินเข้าไปกันครบทุกคนค่า เย้!

ระหว่างอยู่ในรถไฟ ชาวบ้านชาวอเมริกันก็เงียบ นิ่ง เรียบร้อยกันมาก ๆ ไม่มีใครพูดหรือคุยโทรศัพท์เลย มีแต่พวกเราที่คิกคักนิดหน่อย (แอบเห็นหนุ่มหล่อ 5555) จากนั้นพอถึงสถานี Clinton พวกเราก็เดินออกมาจากสถานีเพื่อเดินไปยังสถานีรถไฟฟ้า Amtrak ค่ะ ระหว่างทางก็แอบเปลี่ยวเล็กน้อยแม้จะเป็นระยะทางสั้น ๆ อาจเป็นเพราะมีส่วนหนึ่งที่ต้องเดินผ่านใต้สะพานหรืออะไรซักอย่างทำให้ดูมืด ๆ นิดนึงและสกปรกค่ะ ถ้ามากลางคืนก็แอบน่ากลัวงิ

โฉมหน้าสมาชิกบ้านกล้ามโต๊โตค่ะ 

Union Station ที่เราไปขึ้นรถไฟ Amtrak ไป St.Louis กันค่ะ


ที่สถานี้รถไฟ Amtrak ได้ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม น่ารักตามเทศกาลคริสมาส สถานที่ก็กว้างขวาง มีคนมารออยู่จำนวนหนึ่งค่า ตอนแรกพวกเรานั่งรอเวลาขึ้นรถไฟกันอย่างกระจัดกระจาย แต่พอพี่หมีบอกว่าต้องเข้าแถวตรงป้ายที่กำหนด พวกเราก็รีบเอากระเป๋าไปวางเรียงเป็นแถวจองที่ไว้ค่ะ แอบเขิลเล็กน้อย แต่ก็ทำจริง ๆ อีกซักพักพี่หมีก็บอกว่าไม่ได้ให้เข้าแถวตรงนี้ ต้องไปอีกที่นึง พวกเราก็เข้าแถวเก้อเลยค่ะ 5555

ภายในสถานี น่ารักมากมาย


ตกแต่งต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส

มีจอให้ดูตารางเที่ยวรถไฟค่ะ

ตอนแรกนั่งกันกระจัดกระจาย


รออจมดค่า

ข้อมูลกระเป๋าที่นำขึ้นรถไฟได้ค่ะ

นี่ไง!!! เอากระเป๋ามาจองที่ 5555 ไทยแลนด์โอนลี่


พอเดินมาก็เจอคนยืนเข้าแถวเพื่อขึ้นรถไฟอย่างเป็นระเบียบ ไม่แซงคิวกันค่ะ เมื่อถึงคิดเราก็ลากกระเป๋าใบใหญ่ไปที่โบกี้ แบกกระเป๋าใบโตขึ้นรถไฟกันอย่างเหน็ดเหนื่อย และนำไปวางรวมกันไว้ด้านหลังโบกี้ที่เค้าจัดไว้ให้ค่ะ ส่วนกระเป๋าส่วนตัวก็วางไว้ที่เก้าอี้ของตัวเองหรือวางไว้ที่ชั้นวางด้านบนก็ได้ตามสะดวกค่า

ถ่ายได้ชัดสุดแค่นี้หล่ะค่ะ 

เจ้าหน้าที่คอยดูแล เกือบนึกว่าเป็นผู้พันแซนเดอร์ เคเอฟซี


ตอนนี้หนักมากกว่าหนาว


อีกไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่มาตรวจตั๋ว โดยใช้เครื่องแสกน ติ๊ด ๆ จาก QR Code จากตั๋วในโทรศัพท์มือถือเราค่ะ ตอนมาติ๊ด ๆ ของฝน ฝนดันเปิดแสงมืดไปหน่อย เลยติ๊ด ๆ ไม่ติด แต่มีสาว ๆ ที่ติ๊ดไปก่อนหน้าบอกว่ามาด้วยกันเค้าก็เลยผ่านไปค่ะ พอติ๊ด ๆ เสร็จเจ้าหน้าที่ก็จะติดกระดาษด้านบนที่นั่งเราว่ามีคนนั่งแล้วน้า ถ้านั่งคนเดียวเค้าจะพลิกอีกด้านนึงเพื่อบอกว่าอีกที่ยังว่างนะจ๊ะ ถ้ามีคนขึ้นมานั่งครบก็จะพลิกอีกด้านนึงให้ค่ะ


รถไฟกว้างขวาง นั่งสบายดีค่ะ


** ระหว่างทางฝนไม่สามารถเล่าได้ว่าเป็นอย่างไร เพราะหลับตลอดทางค่ะ 5555


พอถึงที่ St. Louis พวกเราก็ลงจากรถไฟและสัมผัสถึงความหนาวเย็นนนนนน ไม่หนาวเท่าชิคาโก้แต่ก็หนาวมากกกกกก ฮ่า ๆ อาจเพราะรถไฟอุ่นมากก็ได้มั๊งเนอะ



พอออกมาจากสถานี อจมดก็พาเดินไปยังที่พักค่ะ ระหว่างทาง มีชายมีอายุคนนึงก็ทักทายและบอกยินดีต้อนรับอย่างนุ่มนวล น่ารักมาก ^_^ แต่ระหว่างทางก็เห็นคนไร้บ้านอยู่จำนวนไม่น้อย เพิ่งมาถึงเราก็ไม่รู้ว่าจะปลอดภัยแค่ไหน เกาะกลุ่มกันไว้ดีกว่านะคะ



ภาพเกือบชัดละ 5555 บ้านเมืองสวย เงียบสงบดีค่า

สวนสาธารณะ ห้ามเข้าหลังสี่ทุ่มค่ะ ทุกคนน่าจะรู้ดีว่าทำไมไม่ควรเข้า

รูปนี้สว่างหน่อย เย้!


พอมาถึงที่พักก็เข้าไม่ได้ เพราะไม่ได้ติดต่อเจ้าของใกล้ ๆ อีกที = = สาว ๆ เลยต้องยืนรอข้างนอกกันอย่างหนาวเหน็บ ต้องขอบคุณอจมดและพี่หมีที่ช่วยติดต่อและหาวิธีเข้าให้ค่ะ พอเข้ามาในห้องพักก็เป็นห้องใหญ่ ๆ รวมที่นอน น้องนั่งเล่น และห้องครัวไว้ด้วยกัน มีห้องน้ำแยกหญิง-ชาย มีห้องออกกำลังกายและโต๊ะสนุก และมีเครื่องซักผ้า อบผ้า ไว้ให้พวกเราใช้กันค่ะ






ที่พักที่นี่โอเชมากเรยนะคะ ยกเว้นเรื่องความสะอาด 555 เท้านี่ดำปึ๊ด ฝุ่นมากมาย พื้นเหนียว และห้องน้ำไม่ค่อยโอเชเท่าไหร่ ต้องขอบคุณสาว ๆ บางคนที่ช่วยกวาดพื้น (ขอโทษจริง ๆ ค่ะ จำไม่ได้ว่ามีสายไหนบ้างงง) ทำให้พื้นสะอาดและเดินสบายเท้ามากขึ้นค่ะ









เตียงนอนที่นี่เป็นเตียงสองชั้น มีทั้งหมด 8 เตียง ซึ่งเตียงบนนั้นมีความท้าทายและระทึกมาก ทำให้ต้องลากที่นอนลงมา 2 เตียงด้วยกัน ฝนและเนมเป็นผู้กล้าปีนขึ้นไปนอนค่ะ (ไม่หรอก 2 เตียงนี้แข็งแรงและนอนคนเดียว ไม่เบียดกันค่ะ ฮ่าๆๆ)


โต๊ะสนุ๊กที่เอียง ๆ 555

ห้องครัวค่า

บาร์ที่ไม่มีใครนั่ง

พอมาถึง ท้องก็ร้อง บางคนอยากซื้ออาหารมาทำกินเอง บางคนก็อยากลองชิมอาหารญี่ปุ่นข้าง ๆ บ้าน ก็แยกย้ายกันไปค่ะ ฝนไปทานอาหารญี่ปุ่นกับสาว ๆ ราคาก็ไม่ต่างกับบ้านเราเท่าไหร่ ที่แปลกใจก็คือ เค้าขายซาชิมิเป็นชิ้น ๆ เมดีสั่งมาสองชิ้นค่ะ ชิ้นใหญ่ใช้ได้ เมนูอื่น ๆ ก็น่าทาน ฝนทานพวกมากิ รสชาดอร่อยใช้ได้เรย ชอบกว่าเมืองไทย หรือเพราะว่าหิวรึเปล่าไม่แน่ใจจจ แอบขำตรงที่เค้าถามว่าจะเอาน้ำอะไร ฝนก็บอกไม่เอาน้ำ ปกติไปกินร้านไหนก็ไม่ค่อยเอาน้ำอยู่แล้ว เค้าก็ทำหน้างง อจมดก็บอกว่าเอาไปเถอะ คนที่นี่ไม่สั่งน้ำแล้วจะแปลก ๆ เค้าไม่คุ้น ก็เลยเอาน้ำเปล่ามาแก้วนึง (จริง ๆ ไปที่ไหนบอกไม่เอาน้ำก็โดนมองว่าแปลกทุกครั้งแหล่ะ)

แกงค์แม่บ้านทำอาหารกินเองค่า

แกงค์อาหารญี่ปุ่นข้างบ้านค่ะ

แซลม่อนซาชิมิ ของจริงดูใหญ่กว่านี้น้า

จำชื่อไม่ได้ แต่เป็นโรลที่อร่อยมากค่า แต่วาซาบิไม่มีความเผ็ดใด ๆ


พอรับประทานอาหารกันอิ่มก็พักผ่อนตามอัธยาศัย เตรียมตัวสำหรับการเข้า Conference พรุ่งนี้กันค่ะ!











Monday, November 27, 2017

กลับไทยแล้ววว

วันนี้คือวันสุดท้ายแล้วสำหรับการอยู่ที่อเมริกา จะต้องขึ้นเครื่องบินตอน 2 ทุ่ม เพราะงั้นจึงมีเวลาเที่ยวก่อนที่จะกลับอีกนิดหน่อย

วันนี้เราเดินทางไปแถว State street ที่เดิม มาแทบจะทุกวันเลย มีพี่ๆบอกมาว่าที่ Millennium park ยังมีที่ๆเรายังไม่ได้ไปเดินอยู่ พวกเราจึงจะไปถ่ายรูปกันที่นั่นก่อน



บีนที่เดิม มองลงมาเจอไอซ์สเก็ตที่ผู้คนกำลังเล่นกันอยู่ ที่นี่ดีมาก ค่าเข้าเล่นฟรีถ้ามีรองเท้าสเก็ต แต่ถ้าไม่มีรองเท้า เขามีรองเท้าสำหรับเช่าอยู่
เดินไปอีกหน่อย เจอประติมากรรมที่ทำมาจากยางรถยนต์ น่าสนใจดี


ข้างๆมีแท่นที่มีหน้าคนขยับได้อยู่ แท่นประกอบด้วยจอขนาดเล็กๆนับไม่ถ้วน ฉายหน้าจอของคนๆหนึ่ง
ตอนไปดูก็ไม่แน่ใจว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร แต่พอลองค้นหาในอินเทอร์เน็ต ก็พบว่าจริงๆแล้วตรงส่วนนี้จะเป็นน้ำพุ ซึ่งตอนที่ไปดูไม่มีแม้แต่น้ำหรือบ่อน้ำไว้เป็นเบาะแสสักนิด เมื่ออ่านไปเรื่อยๆก้อพบว่าหน้าของคนบนจอนั้นคือหน้าของชาวเมืองชิคาโก้ที่เขาได้ถ่ายเอาไว้


ต่อมาเรามาที่ Fine Art Building เป็นตึกแสดงศิลปะที่มีทั้งดนตรีและศิลปะอื่นๆ สิ่งที่เป็นจุดเด่นของชั้นนี้ คือลิฟท์แบบเก่า ที่ใช้คนในการเลื่อนขึ้นและลง เมื่อเราจะขึ้นหรือจะลง จะต้องกดกริ่งที่ดังไปทุกชั้น หลังจากนั้นคนที่อยู่ในลิฟท์ก็จะเลื่อนลิฟท์มาที่ชั้นเรา



บนตึกนี้มีทั้งร้านโน้ตดนตรีที่คิดว่าเขาให้ค้นหาและนำไปถ่ายเอกสาร ไม่ได้มีไว้สำหรับขาย เพราะที่สังเกตหนังสือมีอยู่แค่อย่างละชุด และเก่ามาก
ชั้นอื่นๆมีห้องซ้อมดนตรีและห้องแสดงดนตรี อีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีห้องโยคะและร้านของอื่นๆอีกด้วย





หมดเวลาสำหรับการเดินเล่นแล้ว จะต้องกลับไปเอากระเป๋าที่ห้องพักและเดินทางไปสนามบิน นั่งเครื่องบินสู่ประเทศไทย

Saturday, November 25, 2017

Nov 23, 2017 วันสุดท้ายของทริปนี้

Nov 23, 2017


เขียนช้าไป 2 วัน เพราะหมดวนไปกะเครื่องบินขากลับค่าา แล้วกลับมาถึงก็สอนต่อเลย 555

Happy Thanksgiving

วันที่ 23 เป็นวันสุดท้ายที่เนมและพี่ยิ้มจะอยู่ที่อเมริกา 
โดยเนมอยู่ชิคาโก้ และพี่ยิ้มเดินทางกลับมาจากยูท่าค่ะ

วันนี้ไม่ได้มีแพลนจะทำอะไรเลย เพราะยังไม่ได้จัดกระเป๋าเพื่อขึ้นเครื่องตอน 20.00 น. 
และยังไม่มีชุดใส่กลับเพราะไม่ได้ซัก อิอิ


ตื่นมาจึงเปลี่ยนชุดและเอาผ้าไปซักก่อน จากนั้นก็ต้องหาของอร่อยกินก่อนกลับซักหน่อยค่ะ


ร้านที่โชคดีคือร้านนี้ค่ะ Lindo Michoacan 
เป็นอาหารแมกซิกัน ที่อร่อยที่สุดที่เคยกินมา คุ้มค่าที่ลองค่ะ


ร้านอาหารแมกซิกันจะมีของว่างให้ทานก่อนเสมอ (ฟรี)


อาหารจานหลัก เนมสั่งเป็น Steak ค่ะ เนื้อดีมากกก ราดด้วยชีส กลมกล่อมมม อร่อยสุดดดดด 
แต่กินไม่หมดตามเคยเพราะเยอะมากกกกก


มาพร้อมแป้งห่อตามสไตล์แมกซิกัน

หลังจากอิ่มหน่ำแบบสุด ก็ถึงเวลา อาบน้ำ เก็บของ เตรียมตัวกลับ T^T



น้องนากนั่งรถบัสกลับบ้าน เอ้ยย ไปสนามบิน

เวลา 17.00 น. เนมมาถึงสนามบินพอดีค่ะ เจอพี่ยิ้มที่รออยู่แล้ว
หน้าสดทั้งคู่ค่ะ



เข้ามาถึงเกตแย้วว


 มีแต่แขก !!!! คิดในใจตายแน่ ๆ


เลยเดินไปพ่นน้ำหอมดิวตี้ฟรีที่อยู่ใกล้มาประทังชีวิต 5555
หอมมากจริงจัง ถึงบ้านกลิ่นยังติดอยู่เลย เก็บตังค์ซื้อต่อไปค่ะ


เครื่องที่เนมและพี่ยิ้มขึ้นดีเลย์ประมาณ 1 ชม. ค่ะ เห็นเขาตามหาเจ้าของกระเป๋าทุกใบที่เก็บบนหัว
นานมาก และจริงจังมากค่ะ นึกว่ามีระเบิด หลับตื่นอยู่หลายรอบ ไม่เสร็จซักที

พอเครื่องออกไม่ต้องสงสัยเลย เนมหลับยาวตลอดทาง ตื่นมากิน และนอนต่อ สลับกันไป 


 รัก หมู่ดาวระยิบระยับ <3


 รัก คุณปู่ ฟังวนอยู่ร้อยรอบ ทั้งขาไป ขากลับ แต่ลืมหาซื้อแผ่นงะ


แวะเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ ไม่ได้ถ่ายรูปเลยค่ะ มัวแต่กินแมค
และขึ้นเครื่องต่อด้วยความรวดเร็ว ตื่นมาอีกที ถึงไทยแล้ววว



เห็นทะเลหมอกจากท้องฟ้า แถว ๆ กาญนะจ๊ะบุรี 


ไทยแลนด์แดนทุ่งนา


บางกอก แดนไม่มีผังเมือง และเมฆน่ากลัวมากกก


ถึงไทยโดยสวัสดิภาพ ในวันที่ 25 เช้าค่ะ 
นักบินลงจอดนิ่มมากทุกไฟลท์ <3 Emirates (ที่ไม่มีแขก)
จุ๊ฟ