วันสุดท้ายของงาน conference ทุกคนเริ่มแยกย้ายกัน กลุ่มนึงยังอยู่เข้างานต่ออีกหน่อย อีกกลุ่มเดินทางกลับชิคาโก้ แพนก็เป็นหนึ่งในกลุ่มที่กลับชิคาโก้ ส่วนรวมว่าไงก็ว่าตามนั้นแหละค่ะ (อยากกลับอยู่แล้วก็บอก)
คราวนี้แหละ เราจะต้องเดินทางกันเองแล้ว อจมดไม่ได้มาช่วยนำทางให้แล้ว หลงคือหลงล่ะ
เราเริ่มขึ้นรถไฟกันตั้งแต่ตี4ครึ่ง เรียกได้ว่า ยังไม่ได้นอน~ แต่เราก็ฮึดๆกันมาถึงที่พักได้โดยสวัสดิภาพ อากาศที่ชิคาโก้ยังหนาวเหมือนเดิม แถมหนาวกว่าเดิมด้วยซ้ำ
วันนี้เราไปเที่ยวที่ 360 Chicago เพราะตกลงกันไว้ว่าจะเที่ยวใน Citypass ให้หมด เพราะมันหมดอายุวันนี้แล้ว
ที่นี่เป็นตึกสูง 94 ชั้น ขึ้นลิฟไปชมวิวกันแบบชิวๆ แต่ที่รู้สึกจะไม่ชิวคงเป็น Tilt ที่ให้เรายืนเกาะราวไว้ แล้วกระจกจะเอนลงไปออกนอกตึกเล็กน้อย แต่ก็ทำให้เสียวได้ ก็สูงตั้ง94ชั้นนี่นา
หลังจากพวกเราได้ไปเสียวกับ Tilt แล้ว เราก็ขอเดินช็อบปิ้งแถวนี้เลยละกัน ไหนๆก็มาแล้ว
พอเดินออกมาจากตึกปุ๊บก็เห็นโบสถ์ใหญ่ๆ ที่ดูออกจะร้างๆน่ากลัวๆนิดนึง เลยขอแวะเข้าไปดูซักหน่อย เป็นประสบการณ์ เพราะแพนนับถือพุทธ เลยไม่เคยเข้าโบสถ์คริสต์สักครั้ง
ขอบอกว่า โบสถ์สวยมากค่ะ ถึงแม้ว่าภายนอกจะดูน่ากลัวและไม่เข้ากับสิ่งแวดล้อมรอบๆด้านเลยก็ตาม
แถวๆนี้มีที่ช็อบปิ้งเยอะ ไม่ว่าจะเป็น Bloomingdales, Macy และ Best buy เราก็เดินหมดทุกห้าง ที่ขาแข็งนี่ไม่ใช่เพราะหนาวนะ เดินเยอะ
สรุปแพนก็ไม่ได้อะไรกลับมา แต่เจอร้านอาหารที่ไม่รู้ว่าจะอาหารจีนหรือไทย ชื่อร้านเหมือนจะเป็นอาหารจีน มีซาลาเปา มีบะหมี่ แต่ชื่อเมนูแน่ละอย่าง มีคำว่า thai อยู่ด้วยน้า
แพนกับแพรเลยลองจัด บะหมี่กังเปาไก่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่ากังเปา(kung pao)คืออะไร ลองกินดู ส่วนแพรกินข้าวราด thai curry หน้าตาก็ออกมาอย่างในรูป
ไม่มีความคล้ายอาหารไทยเลยจ้า มันคืออาหารชาติอะไรก็ไม่ทราบ แต่รสชาติถือว่าใช้ได้นะคะ ข้าวนิ่มอร่อย กับข้าวมีรสเผ็ด ทำให้หายอยากอาหารไทยไปได้บ้างนิดหน่อย โดยรวมถือว่าผ่าน กินกันหมดเกลี้ยงนะคะ มื้อนี้
พอเติมพลังแล้วก็ย้ายถิ่นฐานกันไปที่ Willis tower ไปดู Skydeck Chicago สถานที่ที่ดูท้องฟ้าอีกที่หนึ่ง แต่คราวนี้เรามาดูชิคาโก้ยามค่ำคืนกันบ้าง เปลี่ยนบรรยากาศ
ปรากฎว่ามันสวยมากกกก แสงสีของตึกที่เป็นดวงไฟสีส้ม มีทั่วทั้งชิคาโก้เลย ชอบวิวตอนกลางคืนมากกว่าตอนกลางวันอีกนะเนี่ย บอกตรงๆ
ตึกนี้เขาก็มีจุดเด่นเหมือนกัน ที่เขาจะมีกระจกยื่นออกไปนอกตึก ให้เราขึ้นไปยืนถ่ายรูปได้ โดยที่พื้นที่เรายืนก็เป็นกระจกนะจ้ะ มองเห็นลงไปจนสุดตึกเลย ยืนไปก็แอบสงสัยว่า รับน้ำหนักเราได้จริงๆใช่มั้ย?
หลังจากถ่ายรูปกันจนหนำใจ เขาก็ไล่ให้กลับบ้านได้แล้ว เพราะเขาจะปิดแล้ว เราก็เดินทางกลับที่พักกันแบบทุลักทุเล เพราะอากาศที่หนาวมากๆๆๆ feel like คือ -5 องศา แถมยังต้องเปิด GPS จากโทรศัพท์ด้วยมือเปล่าที่ใส่ถุงมือไม่ได้ มือแข็งสิรออะไร
แต่ก็กลับที่พักมาได้อย่างปลอดภัย














